Vrhorseman.com แหล่งข้อมูลสำหรับทุกคนที่รักม้า
 
 
User email Pwd. สมัครสมาชิก | ลืมรหัส?

หลักสูตรการฝึกม้าใหม่ ๕๑ สัปดาห์ (แบบฝึกหัด)



 

แบบฝึกหัด

 

การวิ่งเรียบเก็บและวิ่งเรียบยาว

 

จากฝีเท้าวิ่งเรียบธรรมดาที่ใช้ความเร็ว ๘ ไมล์/ชม. นั้นจะต้องสอนให้ม้ายกหัว เก็บขาหลังเข้าใต้ตัว ยกเข่าหน้า ก้าวสั้นลงจนเหลือประมาณ ๖ ไมล์ต่อ ๑ ชม. โดยที่ผู้ขี่กดน่องให้ม้ารับบังเหียนแล้วใช้มือบังคับให้ม้ายกหัวขึ้น

ตอนนี้ม้าวิ่งเรียบก้าว สั้นๆ ยกขาสูงและปากรับเหล็กบังเหียน ผู้ขี่จะต้องกดน่องอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ม้าเก็บขาหลังเข้าใต้ตัว ความสำคัญอย่างยิ่ง ในที่นี้และสำหรับแบบฝึกหัดต่อๆ ไปมีอยู่ว่าแรงกดน่องนั้นจะต้องกระทำก่อนการใช้บังเหียน
แบบฝึกหัดบทนี้ทำให้ม้าเหนื่อยมาก ดังนั้น ในตอนแรกคราวหนึ่งๆ จึงควรหัดให้ทำเพียง ๑๑?๑๒ ก้าวเท่านั้น แล้วจึงค่อยเพิ่มขึ้นตามลำดับความแข็งแรงของม้า

ควรจะหัดให้ม้าวิ่งเรียบยาวประมาณ ๑๐ ไมล์/๑ ชม. โดยเร่งน่องจากวิ่งเรียบธรรมดาจนกระทั่งก้าวยาวออกไปและเร็วเท่าที่จะเร็ว ได้ไปรอบๆ โรงฝึก ต่อจากนั้นก็นำกลับมาวิ่งเรียบธรรมดาโดยการกดน่องแล้วดึงบังเหียน และจากวิ่งเรียบธรรมดามาเป็นวิ่งเรียบเก็บ

การซ้ำทวนและเปลี่ยนแปลง บ่อยๆ คือ จากวิ่งเรียบธรรมดา-วิ่งเรียบยาว-วิ่งเรียบธรรมดา-วิ่งเรียบเก็บ ฯลฯ มีประโยชน์มากที่สุดสำหรับฝึกม้าให้มีการทรงตัวดี และสอนให้ม้ารู้จักและพร้อมที่จะปฏิบัติตามบังเหียนพร้อมด้วยเก็บขาหลังใต้ ตัว ในเมื่อต้องการจะลดฝีเท้าผู้ซึ่งจะต้องใช้น่องให้ถูกต้องให้ม้าเก็บขาหลัง และส่วนท้ายเข้าใต้ตัวไม่ใช้บังเหียนแต่อย่างเดียว

หมายเหตุ หลังจากที่ได้ฝึกหัดแล้วควรผ่อนให้ม้าวิ่งเรียบและเดินด้วยการหย่อนบังเหียน ให้หมด เพื่อให้ม้ายืดหัวและคอออกไปและขึ้นลงตามชอบใจ การทำเช่นนี้เป็นการคลายความตึงของกล้ามเนื้อคอและทำให้เลือดลมเดินสะดวก นอกจากนั้นยังเป็นการฝึกให้ม้าเคลื่อนที่ไปโดยไม่ดึงบังเหียนอีกด้วย
 

การเดินกึ่ง, การเดินทางข้างและวิ่งเรียบเก็บ

 

โดยธรรมดาแล้วทางที่ดีที่สุดควรให้ม้าทำเดิน กึ่งก่อนเพราะเป็นการสะดวกที่แรงส่ง (IMPULSION) อยู่ดีกว่าการเคลื่อนที่ทางข้างเดียว การเดินดังนี้เป็นการฝึกหัดที่ดีมาก เพราะเมื่อได้ทำถูกต้องเป็นการเพิ่มกล้ามเนื้อการทรงตัวของม้า ทำให้ตัวม้าอ่อนทำให้ม้าอยู่ในบังคับของมือและน่อง ส่วนหลังมือและส่วนหน้ามืออยู่ในควบคุมอย่างแท้จริง

ม้าจะต้องได้รับการฝึกให้กระทำ ด้วยการบังคับ คือเมื่อเคลื่อนที่ทางข้างขวานั้นหัวจะต้องเบนไปทางขวาเล็กน้อยและโค้ง ท้ายทอย กับอยู่ในบังคับของแรงกดจากน่องซ้าย การเคลื่อนที่ด้วยการบังคับทางเดียวก็คือเคลื่อนที่ไปทางขวาด้วยแรงกดของ น่องซ้ายและเบนตัวไปทางซ้าย การปฏิบัติเช่นนี้ทำให้เสียความอ่อนตัว และส่วนหน้ามือจะไม่อยู่ในความควบคุม

ก่อนที่จะให้ม้าเดินกึ่งหรือเคลื่อนที่ทางข้าง นั้น ม้าควรจะได้รับการหัดให้ยกหัวสูงและเก็บขาหลังเข้าใต้ตัวรวมทั้งสามารถเดิน และวิ่งเรียบเก็บมาได้แล้วด้วย
ควรจะได้หัดติดต่อกันทุกๆ วัน ช้าๆ และค่อยๆ ไปเมื่อม้าเดินกึ่งและเคลื่อนที่ทางข้างได้คล่องทั้ง ๒ ข้าง รวมทั้งสามารถเปลี่ยนจากข้างหนึ่งเป็นอีกข้างหนึ่งได้ดี หัวยกได้สูงเหมาะและโค้งถูกทางแล้ว ตอนนี้ก็อาจพอไปฝึกที่ไหนก็ได้อาจจะทำที่ถนนจากขอบหนึ่งไปอีกขอบหนึ่ง แล้วกลับกัน หรือจะทำในพื้นที่ภูมิประเทศโล่งก็ได้

ม้าจะเรียนรู้ไปตามลำดับจนสามารถ กระทำได้ด้วยใช้แรงกดของน่องที่เบาที่สุด และในเวลาเดียวกันก็เป็นการเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อบรรทุกน้ำหนักและกล้ามเนื้อ ทรงตัวด้วย
เพื่อให้เป็นที่เชื่อแน่ว่าม้าได้อยู่ในบังคับของมือและน่องโดยแน่นอนแล้ว

ขั้นแรกให้ม้าเดินกึ่งไปทางขวา ๓-๔ ก้าว แล้วทำทางซ้ายเช่นเดียวกันและทำซ้ำอีก ความเร็วในการเปลี่ยนทางและก้าวไปนั้นเป็นเครื่องหมายแสดงถึงผลการอยู่ใน บังคับ
ม้าเคลื่อนที่ทางข้างได้ดีมากเพียงไร ย่อมฝึกให้เลี้ยวและหันโดยใช้ขาหลังเป็นหลักและซัดเท้าออกวิ่งโขยกได้ถูกขา ได้ง่ายเพียงนั้น ความจริงการเคลื่อนที่ทางข้างเป็นการเริ่มต้นที่สำคัญยิ่งสำหรับการฝึกตาม แบบฝึกต่อไป

 

 

การถอยหลัง (หลังเดิน)

 

ควรเริ่มด้วยการให้ผู้ช่วยยืนอยู่ข้างหน้าม้าขณะเมื่อผู้ขี่ดึงบังเหียนและ โน้มตัวไปข้างหน้า ให้ผู้ช่วยเอาไม้แตะที่ขาหน้าม้าหรือจะใช้เท้าเขี่ยก็ได้ ทำี้ในลักษณะนี้บ่อยๆ ไม่นานม้าที่ได้รับการฝึกก็จะเรียนรู้ถึงการถอยหลังจากการกดของเหล็ก บังเหียนโดยไม่ต้องมีผู้ช่วย

เมื่อม้าได้ฝึกการบังคับ โดยอาศัยผู้ช่วยแล้ว ต่อไปก็ให้ผู้ฝึกซึ่งอยู่บนหลังนั้นทำการฝึกต่อ โดยปฏิบัติคือ การบังคับม้าเดินและหยุดนิ่งเสียก่อน แล้วจึงขยับบังเหียนสลับข้าง ซ้ายที,ขวาที พร้อมถ่ายนำ้หนักไปข้างหน้าเล็กน้อย โดยการยกก้นขึ้นเล็กน้อย ใหม่ๆอาจยกเยอะให้เห็นชัด แต่เมื่อม้าเข้าใจแล้ว พยายามลดการแสดงท่าที่เห็นชัดจากภายนอกลง โดยทำอย่างไรก็ได้ให้ท่านั่งม้ายังเหมือนเดิมให้มากที่สุด

ในขั้นนี้ ผู้ขี่จะต้องใช้การอัดน่องให้ม้ารับบังเหียนและเก็บขาหลังเข้าใต้ตัวเสมอ การทำเช่นนี้จะทำให้ม้าถอยหลังด้วยการทรงตัวถูกต้อง การถอยหลังเมื่อถอยได้ ๒-๓ ก้าว จะต้องหยุดครั้งหนึ่ง การหยุดกระทำได้ด้วยการเพิ่มแรงกดของน่อง พร้อมกับผ่อนบังเหียนแล้วควรจะให้ม้าได้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าทันทีทันใด แล้วย้อนกลับมาทำบทเรียนเดิมซ้ำอีก

การถอยหลังนี้กระทำในเมื่อ หยุดจากการเดิน วิ่งเรียบและวิ่งโขยก แล้วให้ม้าเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยการเดิน วิ่งเรียบหรือวิ่งโขยกแล้วแต่กรณีอีก ทำอย่างนี้เป็นการดีซึ่งทำให้ม้ามีการทรงตัวดี และส่วนหน้ามือเบา

การพิจารณาว่าม้าปฏิบัติได้เรียบร้อยสมบูรณ์นั้นก็พิจารณาได้ด้วยให้ผู้ขี่ หยุดม้า, ม้าจะหยุดทันที และพอทันทีที่ใช้แรงกดของน่องเพิ่มขึ้นและกดนำ้หนักตัว พร้อมขยับบังเหียน ม้าจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าทันที
 

วิ่งโขยกเก็บ, และวิ่งโขยกยาว

แบบฝึกหัดบทนี้มีหลักการเหมือนกับบทวิ่งเรียบเก็บมาก และทำสลับกันกับวิ่งโขยกธรรมดาและวิ่งโขยกยาว
ม้ายกเท้าสูงและก้าวสั้นด้วยการกดน่องให้รับบังเหียนและเก็บขาหลังเข้าใต้ ตัวในขณะเดียวกันดึงบังเหียนให้มั่น การใช้น่องในการลดฝีเท้าเป็นความสำคัญพิเศษ
ตอนแรกควรหัดเพียงระยะสั้น แล้วค่อยเพิ่มตามลำดับอย่างเดียวกับการเดินเก็บและวิ่งเรียบเก็บ
ข้อควรระมัดระวังก็ดีอย่ายกหัวมากให้มากเกินไป เพราะจะมีอันตรายในการ ดุ้งหลังของม้าและทำให้เป็นม้าสอยดาว ทั้งจะทำให้ม้ามีอาการทรงตัวไม่ดีเช่นเดียวกับการลดหัวต่ำลงมาก
ควรหัดต่อเนื่องกันจนกระทั่งม้าก้าวสั้นและอยู่มือเรียบร้อยนิ่มนวลเช่น เดียวกับการวิ่งเรียบเก็บ และสามารถยืดตัวออกได้ทันทีในเมื่อต้องการได้ บทนี้เป็นบทสำคัญสำหรับม้าทหารหรือม้านายทหาร ซึ่งในบางขณะจะต้องลดฝีเท้าจากวิ่งห้อเต็มที่มาเป็นวิ่งโขยกเก็บ

 

การหมุน (เลี้ยว, หัน) ด้วยขาหลังเป็นหลัก

ในตอนนี้ม้าควรจะมีความรู้ในการเดินไปทางข้าง, ทางหน้า และถอยหลังด้วยการบังคับจากมือและน่องอย่างเบาที่สุดได้
ขั้นแรกของการฝึกบทนี้ คือการบังคับให้ม้าเดินทางข้างเป็นวงกลมแทนที่จะเดินตรงไป ถ้าม้าได้รับการฝึกการเดินทางข้างดีแล้ว ความยากในการเดินทางข้างเป็นวงกลมก็มีเพียงเพิ่มแรงดึงของมือในการนำไปทาง ขวาหรือทางซ้ายแล้วแต่กรณีเท่านั้น
ผู้ขี่ควรจะได้เอนน้ำหนักตัวไปข้างหลังและทางข้างที่ให้ม้าหมุนไปเล็กน้อย เพื่อให้น้ำหนักกดขาด้านในสำหรับใช้เป็นแกนหมุน ในตอนแรกนั้นม้าจะทำวงกลมด้วยขาหน้าวงหนึ่งและทำวงกลมเล็กด้วยขาหลังอีกวง หนึ่ง ด้วยการฝึกตามลำดับไปวงกลมทั้งสองวงนี้จะเล็กๆ ลง จนหมุนด้วยขาหลังด้านในได้ โดยธรรมชาติของม้า ม้าจะหันครั้งแรกด้วยส่วนหน้ามือไปทางหนึ่งและส่วนหลังมือไปอีกทางหนึ่ง (ไม่มีขาใดเป็นหลัก) ดังนั้นถ้าจะให้ม้าหมุนด้วยการใช้ขาหลังเป็นหลัก หากม้าแสดงอาการปัดส่วนท้ายขืนขาผู้ขี่และหมุนขาหลังไปด้วย ผู้ฝึกก็ควรกลับมาบังคับให้เดินทางข้างใหม่โดยให้ทำวงเล็กๆ แทน ทำแกนขาหลังหมุน
เมื่อฝึกไปๆ ม้าไม่ใช่แต่จะมีอาการทรงตัวและเชื่อฟังการบังคับดีขึ้นแล้วเท่านั้น การฝึกนี้ยังท่ำให้ม้ารู้จักการเก็บขาหลังเข้าใต้ตัวซึ่งเป็นข้อสำคัญที่สุด ข้อหนึ่งของการฝึกม้า
เมื่อหัดให้ม้าหมุนด้วยขาหลังเป็นหลักในการเดินถูกต้องและทำวิ่งเรียบทาง ข้างกับวิ่งโขยกทางข้างดีแล้ว ก็หัดให้ม้าหมุนตัวด้วยฝีเท้าวิ่งเรียบและวิ่งโขยกตามลำดับในทำนองดังกล่าว ข้างต้น

 

การใช้บังเหียน ๔ สาย

ข้อ ๑. ก่อนที่จะใส่บังเหียน ๔ สายนั้น จะต้องได้พิจารณาว่าอาการทรงตัวและการยกหัวของม้าดีพอ และม้าอยู่ในบังคับของมือและน่องดีด้วย ถ้าม้าว่างและตั้งหัวตรงด้วยบังเหียนปากอ่อนได้ถูกต้องและทำแบบฝึกหัดบท ต่างๆ ได้คล่องแคล่วแล้วจึงสมควรฝึกใส่บังเหียนปากแข็ง หากม้ายังดื้อไม่อยู่ในบังคับของมือแล้ว ม้านั้นก็ยังไม่พร้อมที่จะหัดใส่บังเหียนปากแข็ง

ข้อ ๒. ครั้งแรกที่ใส่บังเหียนปากแข็ง อย่าเพิ่งขึ้นหลังควรหัดภาคพื้นดินจนกระทั่งม้าเข้าใจการปฏบัติของบังเหียน ปากแข็งก่อน ในตอนสุดท้ายของการหัดตามแบบฝึกในโรงฝึกควรใช้เวลาประมาณ ๒๐ นาทีทุกๆ วันประมาณ ๒ หรือ ๓ อาทิตย์ ใส่บังเหียนปากแข็งแล้วหัดดังนี้
ผู้ฝึกหัดยืนอยู่ข้างซ้ายม้า ข้างขวาม้าอยู่ข้างโรงฝึกสายบังเหียนทั้ง ๔ สายคล้องคอม้า ผู้ฝึกเอาบังเหียนปากอ่อนออกจากคอม้า ถือไว้ในมือซ้ายแล้วก็นำม้าให้เดินไปข้างหน้าคอยดูยกหัวม้าให้อยู่ในท่าที่ ถูกต้อง เมื่อม้าเคลื่อนที่ไปข้างหน้าแล้ว ใช้มือซ้ายจับบังเหียนปากแข็งที่ใต้คางม้าถึงพอรู้สึกเบาๆ ในตอนนี้ควรมีผู้ช่วยในการทำให้ม้าเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเมื่อม้าโค้งและอ้า ปากรับความรู้สึกของเหล็กบังเหียนปากแข็งแล้ว ผู้ฝึกก็ผ่อนสายบังเหียนและตบคอเบาๆ ด้วยการทำซ้ำและให้รางวัลบ่อยๆ ไม่ช้าม้าก็จะเข้าใจความต้องการที่ต้องการให้ปฏิบัติในเมื่อรู้สึกสาย บังเหียนปากแข็ง และอยู่ในบังคับอย่างสงบ ต่อจากนั้นผู้ฝึกควรขึ้นขี่ด้วยบังเหียนปากอ่อนและปากแข็งระยะเวลาสั้นๆ ทุกวัน แต่ทั้งที่ต้องกระทำต่อเมื่อขี่ด้วยบังเหียนปากอ่อนนั้นม้าเก็บคอได้ถูกต้อง แล้ว

ข้อ ๓. เมื่อม้าเข้าใจการใช้บังเหียนปากอ่อนและปากแข็ง โค้งหัวและอ้าปากรับดีแล้ว ตอนนี้ก็ควรใส่บังเหียนปากแข็งหัดตามแบบฝึกอีก จนกระทั่งม้าทำได้เรียบร้อย ครั้งแรกควรถือสายบังเหียน ๒ มือ และต่อมาก็เหลือถือมือเดียว

ข้อ ๔. ข้อระมัดระวังที่สำคัญมีอยู่ว่าม้าได้รับการหัดให้ปฏิบัติตามความประสงค์ของ ผู้ขี่ไม่ใช่เป็นผลเนื่องมาจากการปฏิบัติประจำ หรือเคยชินเป็นนิสัย และต้องให้เป็นเชื่อได้ว่าม้าสามารถปฏิบัติตามแบบฝึกหัดต่างๆ ได้ทุกเวลาและทุกโอกาสในภูมิประเทศได้ด้วย
ซักตัวอย่างสำหรับแบบฝึกหัดที่ ๑ - ๒ - ๓ - ๔ และ ๕ สามารถฝึกให้กระทำได้ไม่จำกัดที่จะทำบนถนนก็ได้ ส่วนแบบฝึกหัดที่เหลืออยู่นั้นสามารถให้กระทำได้ในเวลาและซึ่งมีพื้นที่ เหมาะแก่การวิ่งโขยกเท่านั้น

ข้อ ๕. พึงระมัดระวังให้มากว่าฝีเท้าไม่ได้ชิดสั้นลงด้วยการเก็บมาเกินไป ควรจะได้หัดลงจากเขาเพื่อหัดให้ม้าใช้ไหล่ และเมื่อม้ามีความชำนาญคล่องแคล่วในการวิ่งโขยกเก็บ
 
โดย : admin | โพสท์ : 102 | ตอบ : 13 | วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ 2554 08:30:51
เชียงราย
[แจ้งข้อมูลไม่เหมาะสม]
ความคิดเห็นทั้งหมด 0 ความคิดเห็น | จำนวนหน้าทั้งหมด 0 หน้า

การแสดงความคิดเห็น กรุณาลงทะเบียนสมาชิกก่อนนะครับ
ง่ายๆ แค่ชื่อ+อีเมล์ ช่องเข้าสู่ระบบอยู่ด้านบนของเว็บไซต์

ลงทะเบียนสมาชิกใหม่

 
 
 
 
 
© Copyright 2007-2017 www.vrhorseman.com. All rights reserved.
Contact Vrhorseman.com : montana_nut@yahoo.com  |  Web designz: 777designz.com 
http://จองโรงแรม.เที่ยวเชียงใหม่.com