Vrhorseman.com แหล่งข้อมูลสำหรับทุกคนที่รักม้า
 
 
User email Pwd. สมัครสมาชิก | ลืมรหัส?

หลักสูตรการฝึกม้าใหม่ ๕๑ สัปดาห์ ขั้นที่ ๑



 
หลักสูตรการฝึกม้าใหม่ ๕๑ สัปดาห์ ที่หน่วยทหารม้าแห่งกองทัพบกไทยยึดใช้หลักสูตรนี้มากว่า ๔๐ ปี

 

ขั้นที่ ๑ การเตรียมม้าก่อนใช้งาน(การจูง, ตีวง)

 

กล่าวทั่วไป

 การฝึกม้าใหม่นั้น ถือเป็นขั้นตอนการฝึกที่สำคัญมาก เนื่องจาก ม้าที่ใช้ขี่ จะดีหรือเกเร นั้น ล้วนเกิดมาจาก ความรู้สึก, ความทรงจำของม้าในการฝึกขั้นแรกเริ่ม ทั้งนั้น โดยผู้ฝึกจะต้องพึงระลึกเสมอว่า ม้าแต่ละตัว เปรียบเสมือนเด็กนักเรียนที่ต้องใช้จิตวิทยาในการฝึกสอน ต้องมีทั้งพระเดชและพระคุณ โดยในขั้นเริ่มแรกนั้น จะต้องเน้นในเรื่องของพระคุณ เช่นการปลอบ และการให้รางวัล เมื่อเขารับฟังและยอมรับในแต่ละบทเรียนที่เราสอนให้ พึงหลีกเลี่ยงการตีหรือการลงโทษที่รุนแรง ที่จะไปกระทบกระเทือนความรู้สึกของม้าให้เกิดการต่อต้าน เพราะม้าจะเกิดความทรงจำที่ผิด ที่คิดว่าคนนั้นคือศัตรู ที่ไปทำร้ายธรรมชาติ หรือวิถีชีวิตของเขาได้ การฝึกม้าใหม่ต้องมีขั้นตอนการฝึกช้าๆ ในบทเรียนซ้ำๆ เพื่อให้ม้าที่ได้รับการฝึกมีความเข้าใจและเกิดความมั่นใจ ในการปฏิบัติตามในแต่ละบทเรียน โดยไม่ควรเร่งรีบป้อนข้อมูลเข้าไปมากๆ เพราะม้าจะไม่เกิดความทรงจำในระยะยาว บทเรียน จะเริ่มตั้งแต่การเข้าหา, การจับ, จูง, จนถึงการขึ้นขี่หลัง เป็นต้น โดยการฝึกการเข้าหาม้านั้นอาจเริ่มจากการเข้าไปป้อนอาหาร ทำความสะอาด เช่น การอาบน้ำ เช็ดตัว ตัดขน จนไปถึงการจูงเดินไปกินหญ้า แต่ต้องพึงระวังในเรื่องของการถือสายจูงจะต้องถือให้สั้นและตำแหน่งของการ ยืนจะต้องอยู่ในส่วนหน้าม้าด้านซ้ายเสมอ เพื่อป้องกันการสะบัด การเหวี่ยง หรือการเตะ ของม้า เป็นต้น

การจูง

 ข้อ ๑. เริ่มต้นด้วยการใช้ขลุมจูงที่พอเหมาะ และมีเชือกยาวต่อสำหรับจูง ใน ๒-๓ วันแรกนั้น ผู้ฝึกควรจะจูงม้าให้ได้ทั้งสองข้าง เดินไปแล้วหมั่นหยุดพูดปลอบและคุยกับม้า ให้หญ้าให้ข้าวหรือของกินเล่น ทั้งนี้เพื่อให้ม้าเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจและคุ้นเคยกับเสียงกับสัมผัสของ ผู้ฝึก
ข้อ ๒. บทเรียนบทแรกนั้นควรกระทำในพื้นที่ๆ สงบซึ่งม้าจะได้ไม่ตื่นตกใจหรือวอกแวก หากม้าตื่นกลัวในสิ่งหนึ่งสิ่งใด อย่าบังคับขืนใจต่อไป ต้องค่อยๆ ปลอบและควบคุมไว ้ให้เกิดความมั่นใจและไม่กลัวหรือระแวง แล้วจึงค่อยๆแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เขากลัวนั้น จะไม่ทำอันตรายให้กับเขา 
ข้อ ๓. เมื่อสามารถจูงม้าได้ทั้ง ๒ ทางแล้ว ควรจะได้ฝึกขลุมขี่(ถอดสายบังเหียน) เพื่อให้ม้ายอมรับเหล็กปาก ประมาณวันละไม่เกิน ๑ ชั่วโมง โดยจะต้องระมัดวังพอสมควร อย่าให้้ม้าเอาลิ้นพาดไว้บนเหล็กบังเหียนได้ ควรจะได้ตรวจปากม้าทุกวัน เพื่อได้ทราบว่าปากม้าไม่มีแผลหรือบาดเจ็บ เมื่อเห็นว่าม้าเริ่มคุ้นเคยกับเหล็กปากแล้ว ควรจะใส่เพิ่มในเวลาที่ม้าอยู่ในคอกอีกประมาณวันละ ๑ ชั่วโมง แล้วควรจะให้กินอาหารในเวลาที่เหล็กบังเหียนอยู่ในปากด้วย สิ่งนี้เป็นประโยชน์ในการกันมิให้ม้าพยายามเอาลิ้นพาดไว้บนเหล็กปาก ในระหว่างการบังคับ

 

 

วิธีตีวง

 ข้อ ๑. การตีวง

ก. สายบังเหียนหรือเชือกตีวงมีความยาวประมาณ ๒๔ ฟุต ผูกติดกับห่วงที่ขลุมจูง หรือห่วงขลุมทำวง ในบทเรียนแรกๆ นั้นจะต้องมีผู้ช่วยจูงเดินไปเป็นวงกลมในรัศมี ๑๕ ฟุตก่อน ผู้ฝึกถือปลายเชือกตีวงเคลื่อนที่ไปตามการเคลื่อนที่ของม้าเป็นรูปวงกลม
ข. ในการตีวงทางซ้าย สายเชือกบังเหียนควรจะม้วนเอาไว้ในมือซ้ายถือให้ห่างจากตัว นิ้วมือ, มือ ศอก และแขนอ่อนไปตามจังหวะม้า
ไม่ควรใช้วิธีการกระชาก ผู้ฝึกควรพยายามรักษาให้เชือกบังเหียนสัมผัสอยู่เสมอคล้ายเมื่อเวลาขี่ หากม้าขี่เล่นหรือแหกวง จะต้องกำเชือกบังเหียนไว้ด้วยนิ้วให้แน่นและดึงเข้ามาชิดตัว เมื่อจำเป็นก็ใช้มือขวาถือเชือกบังเหียนไว้ข้างหน้าตัว หลังมืออยู่ข้างบนมือขวานั้นใช้ถือแส้ให้ปลายแส้ชี้ไปทางหลัง ไม่ควรใช้แส้แต่ควรแสดงให้ม้าเห็นในเวลาที่ม้าไม่ยอมเคลื่อนที่ไปข้างหน้า
ถ้าขลุมจูงม้าพาดนัยตาม้า เชือกบังเหียนก็ควรจะเปลี่ยนไปผูกกับห่วงของขลุมจูงที่ใต้ตาม้า
ค. จะต้องควรระมัดระวังให้หัวม้าโค้งที่ตรงประมาณหลังท้ายทอยให้ทิศทางที่ม้า กำลังเคลื่อนที่ไปและต้องดูให้ขาหลังวางไปตาม ทางของขาม้า เมื่อม้าคุ้นเคยกับการตีวงและเคลื่อนที่ไปตามคำสั่งโดยไม่ต้องใช้ผู้ช่วย แล้ว ผู้ฝึกควรจะลดการเดินตามเป็นวงของตนลง จนกระทั่งยืนอยู่กับที่ ณ จุดศูนย์กลางของวงกลม ซึ่งมีรัศมี ๒๐ ฟุต แล้วหมุนไปตามการเคลื่อนที่ของม้า เท้าซ้ายของผู้ฝึก (เมื่อตีวงทางในซ้าย) อยู่ที่จุดศูนย์กลางของวงกลม ส่วนเท้าขวาเคลื่อนที่รอบเท้าซ้ายไหล่ขวาของผู้ฝึกอยู่ตรงแนวเดียวกันประมาณ ไหล่ซ้ายของม้า
ง. ควรตีวงม้าให้ได้เท่าๆ กันทั้ง 2 ทาง และในการตีวงในทางหนึ่งๆ ก่อน เปลี่ยนไม่ควรเกินข้างละ ๕ นาที

 

ข้อ ๒. ขั้นของการตีวง

ก. ขั้นที่ 1 ใช้เวลาจาก ๖?๗ บทเรียน ในขั้นนี้ผู้ฝึกควรจะได้มีผู้ช่วยไว้ ๑ คน หน้าที่ของผู้ช่วยก็เพื่อช่วยให้ม้าใหม่รู้จักฟังคำสั่งของผู้ฝึก ผู้ช่วยไม่จำเป็นต้องช่วยพูดคำสั่งออกจากปากผู้ฝึกแต่ผู้เดียวเท่านั้น หน้าที่ของผู้ช่วยเพียงแต่ช่วยในการให้รางวัลอาหารจากย่าม ให้ม้าหยุดหรือควบคุมการเคลื่อนที่ให้เป็นไปตามคำสั่งของผู้ฝึก
ไม่มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนเกี่ยวกับที่อยู่ของผู้ช่วย เพราะม้าที่ขอบหันเข้าข้างใน ผู้ช่วยก็ควรจะอยู่ด้านใน สำหรับม้าที่ชอบหันออกข้างนอก ผู้ช่วยก็ควรอยู่ข้างนอก ในขั้นที่ ๑ ผู้ช่วยจะต้องจับขลุมจูงอยู่ตลอดเวลา

หมายเหตุ
๑. เสียง เสียงคำสั่งที่สั่งให้ ?เดิน? ?วิ่งเรียบ? และหยุด ต้องแน่นอน การออกเสียงแต่ละอย่างต้องแตกต่างกัน เช่นคำว่า ?เดิน?
?วิ่งเรียบ? และ ?หยุด? (ออกเสียงอย่างฝึก)
๒. ที่ยืนของผู้ฝึก ผู้ฝึกจะต้องยืนให้ไหล่ของตนอยู่ประมาณหลังแนวไหล่ของม้า ถ้าอยู่ล้ำหน้ามากผู้ฝึกจะไม่สามารถขับม้า 
ได้และถ้าอยู่ล้ำหลังม้ามากม้าก็อาจะเหวี่ยงตัวไปรอบๆ ได้
๓. ต้องพยายามทุกวิถีทางอย่าให้ม้าโจนหลุดไปได้ ถ้าหากว่ามีสิ่งแสดงให้เห็นว่าม้าจะโจนหนีผู้ฝึกก็ควรใช้วิธีการนั่งลงทันที
๔. การให้รางวัลในทันทีที่ม้าปฏิบัติตามได้ถูกต้อง เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากมาย
๕. ต้องให้ขาหลังเคลื่อนที่ไปตามรอยขาหน้า หัวควรโค้งที่ท้ายทอยและเข้าในเล็กน้อย ส่วนลำตัวตั้งตรง
๖. พื้นที่ๆ ใช้ในการตีวงควรเปลี่ยนแปลงให้ไกลออกไปเรื่อยๆ

ข. ขั้นที่ ๒ ใช้เวลา ๖?๙ บทเรียน ขั้นนี้ก็เช่นเดียวกับขั้นที่ ๑ คือ ให้ผู้ช่วยเดินรอบไปพร้อมกับม้า เมื่อม้าเดินได้เรียบร้อยดีแล้ว ผู้ฝึกก็บอกให้ผู้ช่วยปล่อยมือจากขลุมจูง แต่การเดินก็คงเดินไปข้างหน้าม้าอย่างเดิมเรื่อยไป
หมายเหตุ ในขั้นนี้ผู้ฝึกควรจะได้ลดการเคลื่อนของตนและเพิ่มความยาวของเลือกบังเหียนให้มีรัศมีของวงกลม

ค. ขั้นที่ ๓ ใช้เวลาจาก ๑๒? ๑๘ บทเรียน ในขั้นนี้ผู้ฝึกสอนให้ม้าปฏิบัติโดยไม่มีผู้ช่วยทำการช่วยเหลือ เนื่องด้วยเป็นคราวแรกที่ม้าจะต้องปฏิบัติการโดยลำพังในระยะห่างจากผู้ฝึก นับว่าเป็นก้าวใหม่ที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องกระทำด้วยความระมัดระวังให้ดี กับควรกระทำในเมื่อม้าได้เข้าใจและเชื่อฟังในคำสั่งเป็นอย่างยิ่ง และเป็นอย่างดีแล้วในขั้นที่ ๑ และ ๒

ในขั้นต่อจากนี้ เมื่อให้ผู้ช่วยฝึกออกห่างไป ม้าอาจจะออกวิ่งควบ หากเป็นอย่างนี้จงใจเย็นไว้ปล่อยให้วิ่งเรื่อยไป หลังจากนั้น ๒-๓ นาที เมื่อสงบลงและอยากจะหยุด อย่าเพิ่งยอม ให้ม้าหยุดทำให้วิ่งต่อไปอีก ๑ หรือ ๒ รอบ แล้วจึงเรียกผู้ช่วยเข้าหาช่วยให้ม้าเดินและสุดท้าย จึงให้หยุด
นี่เป็นเรื่องหนึ่งในเมื่อผู้ฝึกไม่ต้องหยุดพยายามกระทำการควบคุมการเคลื่อน ที่ของม้าด้วยเสียงของเขา เพราะว่าการไม่เชื่อฟังอย่างนี้ไม่สามารถที่จะบังคับได้ ซึ่งผลต่อมาจะทำให้ม้าเรียนรู้ถึงการขัดคำสั่ง

หมายเหตุ
๑. การใช้ผู้ช่วยนั้นควรมีความมุ่งหมายเพียงให้รางวัลหรือระวังการไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง
๒. ที่ยืนของผู้ช่วยนั้นควรจะเปลี่ยนที่ให้บ่อยๆ
๓. ถึงตอนสุดท้ายของขั้นนี้ ม้าควรจะได้รับการฝึกให้หยุด ณ ที่หนึ่งที่ใดของวงกลม และไม่ใช่เฉพาะเผชิญหน้ากับผู้ช่วยเท่านั้น

 

การขึ้นหลัง

 

ข้อ ๑. เมื่อม้าใหม่ได้ฝึก ผูกเครื่องม้าพร้อมและสามารถเคลื่อนที่ได้เรียบร้อยในทุกฝีเท้ากับเข้าใจ เชื่อฟังในเสียงของผู้ฝึกเป็น อย่างดีแล้ว ก็ควรจะได้ฝึกการขึ้นหลัง การขึ้นหลังนี้ควรกระทำในโรงฝึกหรือพื้นที่ผิดในตอนท้ายของบทเรียน ให้ผุ้ช่วยคนหนึ่ง ยืนที่ตอนหัวม้ามีเชือกบังเหียนผูกติดกับห่วงของขลุมและคอยปลอบม้า ให้ผู้ช่วยคนที่สองยืนทางด้านขวาของม้ายึด สายบังเหียน ปากอ่อนด้วยมือขวาและจับโกลนขวาไว้ด้านซ้ายของม้า ยึดสายบังเหียนปากอ่อนไว้ด้วยมือซ้าย แล้วยกขาผู้ขี่ที่งอ ไว้ส่งให้ขึ้น หลังมา

ข้อ ๒. การขึ้นหลังควรกระทำเป็น ๓ ขั้น คือ
ขั้นที่ ๑ ผู้ฝึกใช้มือทั้งสองกดลงบนหลังม้าหรือจะยึดบนก้อนหินใหญ่หรือสำหรับขึ้นม้า ก็ได้ แล้วทาบตัวลงไปบนหลังม้า เพื่อให้ม้ามีความรู้สึกกับน้ำหนักกด
ขั้นที่ ๒ ผู้ฝึกนอนทาบขวางอาน ผู้ช่วยทางด้านซ้ายยกขาขึ้นเพื่อให้ม้าคุ้นเคยกับน้ำหนักที่อยู่บนหลัง
ขั้นที่ ๓ เมื่อผู้ฝึกนอนขวางอยู่อย่างในขั้นที่ ๒ แล้ว ผู้ช่วยทางด้านซ้ายก็ช่วยจับเท้าซ้ายของผู้ฝึกใส่เท้าไปในโกลน ตอนนี้ผู้ฝึกใช้เท่ายันโกลนแล้วยกเท้าขวาข้ามท้ายม้าแล้วค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่งบนอานอย่างช้าๆ ต่อจากนี้ผู้ช่วยจับเท้าขวาใส่เข้าไปในโกลนขวา อย่าเพิ่งจูงเดินไปข้างหน้าจนกว่าม้าจะยืนนิ่ง ให้ทำการขึ้นม้าและลงม้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ความมุ่งหมายที่ปฏิบัติเป็นขั้นๆ ดังนี้ ก็เพื่อควบคุมม้าให้อยู่ในความควบคุมโดยแท้จริง และเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น

ข้อ ๓. เมื่อปฏิบัติการขึ้นหลังได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ให้ผู้ช่วยจูงม้าเดินไป ข้างหน้าด้วยเชือกยังเหียนแล้วจูงเดินเป็นวงกลม ควรจัดให้มีสายโกลนอันหนึ่งคล้องคอม้า (สายคอ) ไว้ เพื่อช่วยเหลือผู้ขี่และป้องกันการกระตุกม้าด้วยสายบังเหียน

ข้อ ๔. การลงจากม้าใน ๒-๓ คราวแรกนั้น หลังจากยกขาขวาข้ามท้ายม้าแล้ว ผู้ขี่ควรถอดเท้าซ้ายออกจากโกลน แล้วจึงค่อยๆ เลื่อนตัวลงมาเหยียบดินอย่างช้าๆ

ข้อ ๕. ในการขึ้นม้าและลงม้านั้น ต้องระมัดระวังอย่าให้ปลายเท้าซ้ายไปถูกตัวม้าได้

ข้อ ๖. ในการขึ้นหลังม้านี้หากม้ามีความกลัวหรือประสาทอ่อน ก็ควรใช้เครื่องบังตา การกระทำเป็นนิจสินจะทำให้ม้าเช่นนี้เรียบร้อยได้

การขี่ม้าครั้งแรก
ข้อ ๑. บทเรียนแรกนั้นควรให้ม้าเดินและวิ่งเรียบในทางตรงอย่างอิสระ แล้วสอนให้หยุดให้นิ่งโดยเฉพาะในเวลาขึ้นม้าและลงม้าทั้ง ๒ ข้าง
ข้อ ๒. มาตรฐานในการฝึกนี้ก็คือการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างอิสระ ในขั้นต้นๆ ควรมี ผู้ช่วย

โดย : sakuya | โพสท์ : 110 | ตอบ : 80 | วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ 2554 17:03:52
หมู่นี้ไม่ค่อยได้ถ่าย..ท้องอืด
เชียงราย
[แจ้งข้อมูลไม่เหมาะสม]
ความคิดเห็นทั้งหมด 0 ความคิดเห็น | จำนวนหน้าทั้งหมด 0 หน้า

การแสดงความคิดเห็น กรุณาลงทะเบียนสมาชิกก่อนนะครับ
ง่ายๆ แค่ชื่อ+อีเมล์ ช่องเข้าสู่ระบบอยู่ด้านบนของเว็บไซต์

ลงทะเบียนสมาชิกใหม่

 
 
 
 
 
© Copyright 2007-2017 www.vrhorseman.com. All rights reserved.
Contact Vrhorseman.com : montana_nut@yahoo.com  |  Web designz: 777designz.com 
http://จองโรงแรม.เที่ยวเชียงใหม่.com