
เฉลิมฉาน แซ่มสวัสดิ๋
ทีมเหรียญทอง
ประเภทศิลปการบังคับม้า
ซีเกมส์ครั้งที่18
ทีมเหรียญทองแดง
ประเภทศิลปการบังคับม้า
เอเซี่ยนเกมส์ครั้งที่13 |
เฉลิมฉาน แซ่มสวัสดิ๋
เฉลิมฉาน แช่มสวัสดิ์ หรือ "ต่อ" นิสิตรัฐศาสตร์ จากรั้ว "จามจรี" จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่หากมองดูแล้วอาจไม่มีใครคาดคิดว่าชายหนุ่มอายุยังน้อยคนนี้ จะขึ้นแท่นรับรางวัลสำคัญ ๆ มาระดับนานาชาติมาแล้วถึง 2 รายการ "ต่อ" เป็นอีกคนหนึ่งที่เริ่มขี่ม้าตั้งแต่อายุยังน้อย จากการติดตามคุณแม่ซึ่งชอบมาขี่ม้าเล่นที่สนามขี่ม้า พล.ม.2 ทำให้ต่ออยากลองขี่บ้าง แต่เพราะยังเด็กเกินไปเลยต้องนั่งดูคุณแม่ไปก่อน จนกระทั่งอายุได้ 12 ปี "ต่อ" เริ่มขี่ม้าอย่างจริงจัง โดยมี "ครูแซม" พ.ท.เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา เป็นผู้สอน และยังชวนให้ลงแข่งขันรายการแรกในชีวิต คือ มหกรรมกีฬานานาชาติ "ต่อ" ลงแข่งทั้งประเภทศิลปการบังคับม้า และกระโดดข้าเครื่องกีดขวาง ซึ่ง "ต่อ" ได้อันดับ 3 จากรายการหลัง
 
"ต่อ"เพิ่งมารู้ตัวว่าชอบศิลปการบังคับม้าเมื่อเดินทางไปออสเตรเลียแล้วได้เห็นยอดฝีมือ ทางด้านนี้ "เป็นการศิลปการบังคับม้าขั้นสูง เห็นแล้วรู้สึกทึ่ง เลยอยากขี่ได้แบบนั้นบ้าง เพราะทั้งแปลกและน่าตื่นเต้น ที่เราทำให้ม้าทำตามคำสั่งได้ ทั้งเต้นรำ ทำโน่นทำนี่ แทบไม่อยากเชื่อเลยว่าม้ามันจะทำได้ถึงขนาดนั้น" แม้ว่าการขี่ม้าประเภทนี้จะวัด กันด้วยความสวยงามและการจะเป็นผู้ชนะหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปลายปากกาของกรรมการ แต่ "ต่อ" คิดเพียงว่าหากทำออกมาให้ดีที่สุด สุดความสามารถที่เราจะทำได้แล้ว คะแนนก็น่าจะออกมาดีเอง หากว่ากรรมการมีมาตรฐานก็ไม่ต้องกังวลอะไร
สำหรับเป้าหมายในอนาคตเขาบอกว่าจะไปสู้กับทีมศิลปการบังคับม้าของมาเบเซีย "คู่ปรับสำคัญในย่านอาเซี่ยน" ในซีเกมส์ที่กัวลาลัมเปอร์ในปี 2001 แน่นอน แม้ว่าทีมมาเลย์จะได้เปรียบเรื่องการเตรียมพร้อมและม้าที่ดีกว่า ต่ก็มั่นใจว่าถ้าวัดเฉพาะฝีมือ ทีมไทยไม่เป็นรองแน่นอน นอกจากนี้ "ต่อ" ยังมองไกลไปถึงโอลิมปิก ที่เขาบอกว่าถ้าได้โอกาสไปเขาจะไม่ลังเลเลย แม้ต้องทิ้งการเรียนไว้ข้างหลังก็ตาม "ดรอปเรียนเรายังกลับมาสานต่อได้ แต่โอลิมปิกอาจเป็นโอกาสครั้งเดียวในชีวิต"
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญที่จะขวาง เขาไว้ไม่ใช่คู่ต่อสู้หน้าไหน แต่เป็นเรื่องของงบประมาณและม้า ซึ่งขณะนี้ผู้ที่สนับสนุน เขาคือ คุณวิชัย รักษ์ศรีอักษร เข้าของบริษัท คิงส์ เพาเวอร์ ที่ให้เขาใช้ "ม้ากรังปรีซ์" ในการฝึกซ้อมและลงแข่ง ที่ลืมไม่ได้คือคุณพ่อคุณแม่ของเขาที่สนับสนุนลูกชายมาตลอด รวมทั้งโค้ชชาวสวิสเซอร์แลนด์ Mr. Hans Staub ซึ่งเป็นโค้ชของทีมชาติสวิส ที่จะช่วยฝึกปรือฝีมือเขาให้ก้าวไปถึงจุดที่ฝันไว้ |