chiangmai webdesign
 
 
 
การฝึกการรักษาจังหวะในการเคลื่อนที่

การเก็บม้า (COLLECTING) และการฝึกขั้นสูงขึ้น

ข้อ ๑. ขั้นนี้เป็นขั้นสอนให้ม้าทำการเก็บคอ (FLESGIONE) เพราะเป็นเครื่องช่วยสำหรับให้ม้าทำการเก็บตัว (COLLECTING)
การเก็บม้าสอนให้ม้าสามารถกระทำการเคลื่อนที่ทางข้างได้ทุกฝีเท้า ทำให้ม้าสามารถเปลี่ยนขาในเวลาวิ่งโขยก ทำให้ม้าสามารถเคลื่อนที่ไปบนพื้นที่ที่ไม่ราบเรียบได้อย่างเรียบร้อย วิ่งห้อเป็นหมู่โดยไม่ดึงบังเหียน ว่าโดยทั่วๆ ไปแล้ว การเก็บม้าก็คือการนำม้ามาสู่อำนาจบังคับของผู้ขี่ นั่นเอง
ถึงตอนสุดท้ายของขั้นนี้ ม้าควรจะได้ฝึกให้ขี่เข้าแถวในรูปของขบวนแถวตอน และหน้ากระดานด้วย

ข้อ ๒. ในการเก็บม้านั้น ผู้ฝึกจะต้องให้เกิดกำลังดัน(IMPULSION) จากส่วนท้ายม้า(ขาหลัง)ให้มากอยู่ตลอดเวลา ความสำคัญของการฝึกที่ดีนั้นอยู่ที่การเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างอิสระ ม้าส่วนมากพยายามหลีกเลี่ยงการถูกบังคับ
ให้ใช้ขาหลัง ซึ่งถ้าม้าไม่ได้เรียนรู้ ม้าจะรับฟังแต่เหล็กปากเท่านั้น และการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าของม้าจะเป็นในลักษณะของการก้าวขาหน้านำ ซึ่งจะทำให้ม้าวิ่งไม่เต็มก้าว และทำใหม้า้เิกิดอาการต่อต้านบังเหียนในที่สุด อาจเห็นได้จากม้าแสดงอาการบิดหน้าหนีการบังคับ หรือการกัดเหล็กปากสู้เป็นต้น


ข้อ ๓. การฝึกม้า ส่วนมากจะต้องฝึกม้าให้เป็นอิสระจากกัน ซึ่งจะทำให้ผู้ฝึกมั่นใจได้ว่าได้ว่าม้าที่ตนฝึกนั้นอยู่ในการบังคับ ไม่ใช่ว่าทำตามม้าตัวอื่น ถ้าพบว่าม้าแสดงอาการต่อต้านไม่ว่าในขั้นตอนไหน ให้็กลับมาฝึกเบสิคเริ่มต้นใหม่ให้มากขึ้น

ข้อ ๔. การเปลี่ยนขาในเวลาวิ่งโขยกนั้นควรให้กระทำเป็นลักษณะเลข ๘ เบื้องแรกให้ฝึกทำตรงมุมจากเส้นทแยงมุม แล้วในที่สุดทำบนเส้นตรง เช่น การโขยกม้าไปบนเส้นและทำจากมุมเปลี่ยนทางเลี้ยวและเมื่อถึงมุมให้ถ่ายน้ำหนักและเปลี่ยนการบังคับม้าให้เปลี่ยน
ขาหน้านำ การวิ่งโขยกนี้ควร ใช้ฝีเท้าช้าๆและเก็บม้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในตอนแรกๆ นั้น ควรฝึกให้ม้าลดฝีเท้าเป็นวิ่งเรียบก่อนซัก ๒-๓ ก้าวก่อน แล้วจึงบังคับม้าให้ออกโขยกให้ถูกขาตามที่ต้องการ
ตรงมุมของโรงฝึก


ข้อ ๕. ส่วนมากของการเลี้ยวกลับหลังด้วยการใช้ขาหลังเป็นหลักในการวิ่งโขยกนั้นควรทำให้หมุนเป็นวงแคบที่สุด โดยม้าไม่ตื่นเต้นหรือต้านบังเหียน หากมีการต่อต้านจากม้ามากๆ จะต้องรีบแก้ไขทันทีด้วยการหยุดให้ม้าสงบนิ่งเสียก่อน แล้วจึงทำต่อ

ข้อ ๖. การฝึกม้าให้ออกวิ่งโขยกจากเวลาหยุดอยู่กับที่นั้น ผู้ฝึกจะต้องใช้เครื่องมือบังคับม้าที่ชัดเจน ในจังหวะเดียว เพื่อให้ม้าเข้าใจความต้องการของผู้ขี่

ข้อ ๗. ควรต้องสอนให้ม้ารู้จักการวิ่งก้าวยาว โดยหย่อนบังเหียนโดยวิ่งในด้านยาวของโรงฝึก และเก็บม้าด้วยเครื่องมือบังคับม้าทั้งสามอย่าง เมื่อก่อนถึงด้านกว้างของโรงฝึก

ข้อ ๘. ต้องสอนให้ม้ารู้จักการเข้าแถวเป็นรูปขบวน ทั้งแถวตอน และหน้ากระดาน ขั้นแรกให้รักษาระยะเคียงห่างๆ แล้วก็ค่อยลดระยะลงเป็นลำดับ ต้องหัดให้คุ้นเคยกับ สี, เสียง, แสงและสิ่งต่างๆ ที่ใช้ในกิจการทหาร ต้องสอนให้ม้าผละจากม้าอื่นๆ ได้ในทุกฝีเท้า และรู้จักยืนนิ่ง เมื่อเห็นม้าอื่นเคลื่อนที่

ข้อ ๙. ม้าใหม่ที่ได้รับการฝึกดีแล้ว ควรมีลักษณะดังนี้

๑. ยืนนิ่งเมื่อเวลาขึ้นม้าและลงม้า
๒. จูงได้ดี
๓. มีอาการทรงตัวดี
๔. ปฏิบัติตามการบังคับที่ถูกต้อง
๕. สามารถเคลื่อนที่ทางข้าง, ถอยหลัง, และทำเลข ๘ ได้ถูกต้อง ทั้งสามารถขี่ได้ด้วยการบังคับมือเดียว
๖. หันด้วยขาหลังเป็นหลักได้
๗. สามารถกระโดดข้ามเครื่องกีดขวางและไปได้ทุกๆ ภูมิประเทศ
๘. เข้าแถวได้เรียบร้อย และไม่กลัวแสง, เสียงและสิ่งต่างๆ
๙. สามารถเคลื่อนที่ไปเดี่ยวๆได้และเป็นรูปขบวนได้ในทุกฝีเท้าที่ต้องการ และสามารถลดฝีเท้าได้อย่างเร็วและเรียบร้อย
๑๐. คุ้นเคยกับการบรรทุกเครื่องสนามและอาวุธ
๑๑. ออกจากแถวได้เรียบร้อยและไม่เกะกะ
 
 
 

www.thaipony.com | www.nonthaburihorses.com | www.2stallion.com | สโมสรบ้านริมน้ำ
การกีฬาแห่งประเทศไทย | Olympic Thailand | สมาพันธ์ขี่ม้าแห่งเอเซีย | สมาพันธ์ขี่ม้านานาชาติ

© Copyright 2007 www.vrhorseman.com. All rights reserved.
Contact : admin@vrhorseman.com