Home              About us               Guestbook           Webboard             Contact us

 
สมาคมขี่ม้าแห่งประเทศไทย
โรงเรียนสอนขี่ม้า
สโมสรขี่ม้านนทบุรี
www.happyriding.com
บทความพิเศษ ผู้อ่านส่งมา
 
Search by Google!
 
Visiting Counter
 
 

ทหารม้าอังกฤษในกองทัพดุ๊คออฟเวลลิงตันในสงครามนโปเลียน
Wellington's Cavalry of Napolenic War

เรียบเรียงโดย ... ดรากูน
พันเอก กัณห์ สถิตยุทธการ

ทหารม้าอังกฤษ
ทหารม้าอังกฤษในห้วงของสงครามนโปเลียน แบ่งแยกออกเป็น๒แบบ ได้แก่แบบหนักและแบบเบา โดยมีการจัดแบบ๓กรม ทหารม้า ทหารม้าหนักมีการจัดแบบในรูปแบบเก่าที่มีต้นกำเนิด มาจากหลังสงครามกลางเมืองของอังกฤษ ในตอนศตวรรษที่๑๗ และต้นศตวรรษที่๑๘ หน่วยทหารที่ใช้ม้าแบ่งออกเป็น “HORSE” และ ”DRAGOONS” (ดรากูน) โดยที่หน่วย HORSE มีการจัดตามแบบของทหารม้าที่เข้าทำการรบในยุคเก่าส่วนหน่วยดรากูน(DRAGOONS) คือทหารราบที่ใช้ม้าในการเคลื่อน ที่เข้าสู่สนามรบ และลงจากหลังม้าเข้าทำการรบในรูปแบบของทหารราบ เมื่อเวลาเปลี่ยนไปความแตกต่างของทั้งสองแบบ เริ่มมีความกลมกลืน และเมื่อในห้วงของสงคราม๗ปี( SEVEN YEARS'WAR) ในตอนกลางศตวรรษที่๑๘ หน่วย DRAGOONS ได้ถูกเปลี่ยนรูปแบบ ให้มีความขีดความสามารถเพิ่มเติม ในทางยุทธวิธีให้เท่าเทียมกับทหารม้าทั่วไป โดยในห้วงของสงคราม นโปเลียนมีเพียงชื่อเท่านั้น ที่มีความแตกต่าง ในห้วงปี ค.ศ. ๑๗๔๐ ความคิดจากแผ่นดินใหญ่ในยุโรป เกี่ยวกับทหารม้าเบา ได้มาถึงประเทศอังกฤษ และเป็นจุดเริ่มต้นของของจัดตั้งกรมทหารดรากูนเบา (LIGHT DRAGOON REGIMENT) และในปี ค.ศ. ๑๗๕๖ หน่วยทหารม้าเบานี้ได้ถูกบรรจุเพิ่มเติม ให้กับกรมทหารม้าส่วนใหญ่ ต่อมาในปี ค.ศ. ๑๗๕๙ กรมทหารม้าเบากรมแรก ได้ถูกจัดตั้งอย่างถาวรใช้ชื่อว่า “ เอลลิออส ”(ELLIOS'S) ต่อมาเป็นหน่วยทหาร ดรากูนที่๑๕ ต่อมาหน่วยนี้ได้แสดงขีดความ สามารถในการรบที่สมรภูมิเอมสดอร์ฟ (EMSDORF) จนเป็นการพิสูจน์ถึงความสำเร็จ ในหลักนิยมของการใช้ทหารม้าเบา ซึ่งเป็นการนำไปสู่การจัดตั้งกรมทหารดรากูนเบา กรมอื่นๆอีกในอนาคตต่อไป และยังเป็นการแสดงออกถึงบทบาทที่แตกต่าง ระหว่างทหารม้าเบาและทหารม้าหนักอย่างชัดเจน ม้าของทหารม้าหนักส่วนใหญ่แล้วจะมาจากไอร์แลนด์ และรู้จักกันดีใน ขณะนั้นว่าม้าดำ (CAVALRY BLACKS) (ซึ่งเป็นม้าแบบเดียวกันกับที่ใช้อยู่จนทุกวันนี้ โดยหน่วยทหารขี่ม้า (HOUSEHOLD CAVALRY ) ) เป็นกำลังในระดับกรมรบหลักในสนามรบ ในขณะนั้นซึ่งถูกนำมาใช้ในการใช้ความรุนแรงและรวดเร็ว ซึ่งเป็นการสร้างความตื่น ตระหนกให้กับข้าศึก และการเจาะแนวรบ ส่วนภารกิจของทหารม้าเบาที่ใช้ม้าตัวเล็กกว่า และมีสีน้ำตาลแดง เป็นการใช้ในภารกิจ ของการระวังป้องกันได้แก่การลาดตระเวณ , การค้นหาพิสูจน์ทราบ, การเป็นกองกระหนาบ และกองระวังหลังของรูปขบวนการ เคลื่อนที่, การลาดตระเวน และการตรวจการณ์ระยะไกลและยังรวมถึงการเป็นกำลังรบหลัก ในสนามรบเมื่อมีความจำเป็น

การแสดงความเคารพ

การแต่งกายของนายทหาร Lifeguard


พลแตรเดี่ยว

ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าประจำการเป็นทหารม้า จะมีโอกาสที่จะเลือกเข้าบรรจุในหน่วยทหารแบบต่างๆ โดยที่หน่วยพิเศษจะเป็นทหารม้าหนัก ซึ่งได้แก่กรมทหารม้า HOUSEHOLD ซึ่งประกอบด้วยหน่วย LIFE GUARDS ที่๑และ๒ และหน่วยทหารม้ารักษาพระองค ์ (THE ROYAL HORSE GUARDS) นอกจากนี้ยังมี กรมดรากูนการ์ด (DRAGOON GUARD) อีกจำนวน๗กรม และกรมดรากูน (DRAGOON) อีก๕กรม (กรมที่๑-๖ยกเว้นไม่มีกรมที่๕) สำหรับทหารม้าเบาอันได้แก่ หน่วยดรากูนเบา (LIGHT DRAGOON) จะมีหมายเลขประจำกรมตั้งแต่หมายเลข๗ขึ้นไป จนถึงหมายเลขที่๒๙ ตลอดเวลาในยุคนั้นโดยที่กรมที่๗, ๑๐, ๑๕ และ ๑๘มีชื่อเรียกอีกแบบว่า “ ฮูสซาร์ ” (HUSSARS) การจัดหน่วยระดับกรม โดยส่วนใหญ่ จะเป็นรูปแบบเดียวกัน ตามแต่จะได้รับการจัด โดยที่ ใน ๑ กรม จะมี ๘ ถึง ๑๐ กองร้อย (TROOP) แต่ละกองร้อยมีกำลังพลประมาณ ๘๐ ถึง ๙๐ นายโดยมีผู้บังคับกองร้อย ยศร้อยเอก เป็นผู้นำ และยังมีสายการบังคับบัญชา ตามลำดับชั้น ลงไปอีก ในการจัดกำลังเข้าทำการรบจะมีการจัด ให้อยู่ในรูปของกองทหารม้า (SQUADRON) โดยประกอบด้วย ๒ กองร้อย ซึ่งการจัดแบบนี้ เป็นการจัดเฉพาะการเข้าทำการรบในสนามเท่านั้น กรมที่ออกปฏิบัติการในพื้นที่ไกล หรือนอกประเทศ ใน ๑ กรมทหารม้าจะประกอบด้วย กองทหารม้าใช้ดาบ (SABRE SQUADRON) จำนวน ๔ กอง อย่างไรก็ตามในการรบ การจัดให้เต็มรูปแบบของ อำนาจกำลังรบดังกล่าวอาจเป็นไปได้ยาก และปํญหาเกี่ยวกับการฝึกม้าทดแทน ก็เป็นปัญหาหลัก

 

นายสิบและพลทหารหน่วย LIFE GUARD ที่ ๑
แต่งเครื่องแบบเสื้อเอวสั้นสีแดง
ที่มีสีแดงสดกว่าของทหาราบปกคอเสื้อ , ข้อมือ และอินธนูเป็นพื้นสีน้ำเงินเข้มพร้อมลายดิ้นทอง

ดาบทหารม้าเป็นแบบดาบทหารม้าหนักรุ่นปี ค.ศ.๑๗๙๖ มีลักษณะตรง ฝักดาบทำด้วยเหล็ก

ในเดือนมกราคม ค.ศ. ๑๘๑๓ ในหนึ่งกองพลน้อย (BRIGADE) ประกอบด้วย ๒ กองทหารม้า แต่ละกองมาจาก หน่วย LIFE GUARDS ที่ ๑และ ๒ และ หน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ (ROYAL HORSE GUARDS)ซึ่งได้เข้าร่วมรบในสงครามคาบสมุทร (PENINSULA WAR) ในกองทัพสนามของดุ๊คออฟเวลลิงตัน (DUKE OF WELLINGTON) จนตลอดระยะเวลาของสงคราม ตั้งแต่ต้นจนสิ้นสุด ดุ๊คออฟเวลลิงตัน มีความภาคภูมิใจในการควบคุมและระเบียบวินัย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ ความโดดเด่น ในความกล้าหาญและความสามารถในการขี่ม้าเป็นอย่างดีแต่ขาดวินัย จนเป็นเหตุให้เกิดความสูญเสีย เนื่องจากหลายครั้งในสงครามคาบสมุทรนายทหารม้าอังกฤษหลายนายจะเข้าตีที่หมาย โดยปราศจากความยั้งคิดด้วยความฮึกเหิม จนเป็นเหตุให้เกิดการติดอยู่ในวงล้อม หรือถูกตัดขาดเป็นระยะทางหลายไมล์ในพื้นที่ห่างไกล เนื่องจากขาดการควบคุมจากสัญญาณ ของพลแตร ดุ๊คออฟเวลลิงตันประเมินค่าของทหารม้าเหล่านี้ ว่ามีอำนาจกำลังรบเป็นสองเท่า เมื่อเผชิญหน้ากับทหารม้าฝรั่งเศส แต่ไม่สามารถเชื่อถือได้อย่างแน่นอนในเรื่องการวางกำลัง เมื่อขาดการควบคุมตามสายการบังคับบัญชา

ในการรบที่วอเตอร์ลู ( WATERLOO ) กองพลน้อยทหารม้า HOUSE HOLD ภายใต้การบังคับบัญชาของ พล. อ. ลอร์ด เอ็ดเวิร์ด โซเมอร์เซ็ท (GEN. LORD EDWARD SOMERSET) จากหน่วย LIFE GUARDS ที่ ๑ และ ๒ และ หน่วยทหารม้ารักษาพระองค์ (ROYAL HORSE GUARDS) หน่วยละประมาณ ๒๓๐ นาย พร้อมด้วยทหารม้าจากหน่วย KING'S DRAGOON GUARDS จำนวน ๕๓๐ นาย ทหารม้าหนักของอังกฤษจำนวนประมาณ ๑,๒๐๐ นายนี้ ได้เข้าทำการรบกับทหารม้าหนักของฝรั่งเศส ที่ส่วนใหญ่จากหน่วย CUIRASSIERS และ CARABINIERS จนกระทั่งในตอนสิ้นสุดของวันแห่งการสู้รบ ทหารม้าผรั่งเศสสามารถรวมพลทั้งหมด ได้เหลือเพียงกองทหารม้าเพียงกองเดียว

 

เครื่องแบบทหารม้ากรม DRAGOON GUARD และกรม DRAGOONS

ในห้วงปี ค.ศ. ๑๘๑๒ เสื้อเอวสั้นสีแดงใช้ขอเกี่ยวและตาไก่ ตั้งแต่ปกเสื้อลงมาซึ่งมีสีน้ำเงินเข้ม เป็นพื้นขลิบแถบสีเหลือง ตั้งแต่ปกคอเสื้อ, ชายเสื้อด้านหลัง, ข้อมือ และอินธนู มีลายแถบสีเหลืองคู่ขนานที่ขอบ กางเกงขี่ม้าสีเทาแถบข้าง จะเป็นสีของแต่ละกรม เช่นในภาพเป็นกรมทหารม้า ROYAL SCOTS GREYS จะสวมกางเกงขี่ม้าสีเทา แถบข้างคู่สีน้ำเงิน ประกอบกระดุมตามแนวแถบ นอกจากนี้ยังมีสายรัดเอว พื้นน้ำเงินแถบเหลือง เครื่องหมายยศเป็นสีทอง โดยเฉพาะบั้งยศชั้นนายสิบจะติดที่แขนขวาเท่านั้น

กรมทหารม้า SCOTS DRAGOONS ก่อตั้งในห้วงศตวรรษที่๑๗ กรมทหารม้านี้ถูกรู้จักกันดีในนามของ THE GREYS หรือกองทหารม้าเทา อันเนื่องมาจากสีของเครื่องแบบดั้งเดิมในตอนต้นของการก่อตั้งหน่วย ถึงแม้นว่ากรมทหารม้า SCOTS DRAGOONS ไม่ได้เข้าร่วมรบในสงครามคาบสมุทร (PENINSULA WAR) ในห้วงของสงครามนโปเลียนแต่การเข้าตีในการรบที่ WATERLOO ของกรมทหารม้า SCOTS DRAGOONS ก็กลายเป็นตำนานอันเลื่องลือ

 

การเข้าตีของกรมทหารม้า SCOTS DRAGOONS
ในการรบที่ WATERLOO

 

ทหารม้าจากกรมทหารม้า ROYAL DRAGOONS ที่ ๑ และ ทหารม้าจากกรมทหารม้า INNISKILLING DRAGOONS ที่ ๖ ได้จัดตั้งเป็นกองพลน้อยผสม (UNION BRIGAGE) ภายใต้การบังคับบัญชาของ นายพล PONSONBY ประกอบด้วยทหารม้า ๓ กอง จำนวนประมาณ ๓๙๐ นาย เมื่อกำลังทหารราบฝรั่งเศสระลอกแรก ในการเข้าตีจำนวน ๔ กองพลภายใต้การบังคับบัญชาของ D'ERLON ได้ปะทะกับกำลังทหารราบอังกฤษของ PICTON ลอร์ด UXBIDGE ผู้บัญชาการหน่วยทหารม้าของ ดุ๊ค ออฟ เวลลิงตันได้สั่งการให้กองพลน้อยทหารม้าหนัก ๒ กองพล ทำการเข้าตีกำลังทหารราบฝรั่งเศส ทำให้สามารถสร้างความเสียหาย และผลักดันกำลังเข้าตีระลอกแรก เป็นผลสำเร็จซึ่งในการเข้าตีนี้ ส.อ. EWART จากกรมทหารม้า DRAGOONS ที่๒ (ROYAL NORTH BRITISH) สามารถยึดธงชัยเฉลิมพลของกรมทหารราบฝรั่งเศสที่ ๔๕ ได้ในการเข้าประจัญบาน ถึงอย่างไรก็แล้วแต่ การเข้าตีครั้งนี้ก็สร้าง ความสูญเสีย ให้แก่กองพลน้อยทหารม้าอังกฤษในเวลาต่อมา เนื่องจากการไล่ติดตามที่เร็วและลึกมาก เข้าไปในเขตของทหารฝรั่งเศส เพื่อที่จะเข้าตีที่ตั้งยิงปืนใหญ่ของฝรั่งเศส และการล้มเหลวของการควบคุมการรบโดยสัญญาณแตร จนเป็นเหตุให้กำลังส่วนนี้ถูกตัดขาด จากกำลังส่วนใหญ่และตกอยู่ในวงล้อมของกองทหารม้าฝรั่งเศส โดยมีกำลังหลักคือทหารม้า ใช้ทวน (LANCERS) กำลังทหารม้าอังกฤษเสียรูปขบวน และการควบคุมในการรบ ทำให้ทหารม้าที่เหลือต้องฝ่าวงล้อมด้วยตนเอง ในการเข้าตีครั้งนี้ทหารม้าอังกฤษต้องสูญเสียผู้บัญชาการกองพลน้อยผสมคือ นายพล PONSONBY ใ นการรบ และรวมถึง พ.อ. HAMILTON ผู้บังคับการกรม SCOTS DRAGOONS ในที่รบร่วมกับทหารม้าอังกฤษที่เสียชีวิตและบาดเจ็บอีกกว่า๒๐๐นาย

 

ด้านหลังเครื่องแบบชุดสนามของทหารม้า SCOTS GRAYS หรือ SCOTS DRAGOON

ดาบทหารม้าหนักจะติดที่ข้างเอวกับเข็มขัด และสายยึดฝักดาบ ๒ เส้น กระเป๋าเอกสารรูปแบบแบนราบสำหรับใช้เป็นที่รองเขียน และใส่เอกสารของนายทหาร จะติดคล้องติดอยู่บริเวณฝักดาบ สายคล้องไหล่เป็นหนังสีขาว ติดกระเป๋ากระสุนหนังสีดำ สามารถบรรจุกระสุนปืนพก หรือปืนเล็กสั้นได้ ๓๐ นัด ซึ่งจะคาดติดกับแผ่นหลัง ของทหารอย่างกระชับ ในการเคลื่อนที่นอกจากนี้ยังมี ขอเกาะปืนเล็กสั้นคล้องติดกับสาย คล้องไหล่ทหารม้าจะได้รับแจกกระเป๋าใส่เสบียง และ กระติกน้ำแบบเดียวกับทหารราบ ที่จะติดอยู่ทางด้านซ้าย

 

ทหารดรากูนเบา

กรมทหารดรากูนเบา ได้ขยายขีดความสามารถของทหารม้าอังกฤษ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในสงครามคาบสมุทร โดยทหารม้าแบบนี้จัดว่าเป็นทหารม้า แบบที่มีความคล่องตัวสูงและสามารถปฏิบัติการรบได้ทุกรูปแบบ และทุกสภาพภูมิประเทศ รวมทั้งสามารถที่จะปฏิบัติการได้ในระยะไกล เนื่องจากขนาดของม้าเป็นม้าแบบขนาดเบา (LIGHT HORSE) ในขณะนั้นกรมทหารดรากูนเบา ที่๑๑, ๑๒, ๑๓, ๑๔, ๑๖, ๑๘, ๒๐ และ ๒๔ได้เข้าปฏิบัติการรบในประเทศโปรตุเกส และประเทศเสปญ ซึ่งกรมทหารดรากูนเบาที่ ๑๒ (PRINCE OF WHALES'S) ได้เข้าร่วมปฏิบัติการรบ ในสมรภูมิเมืองซาราแมนก้า ( SALAMANCA ) และที่เมืองวิททอร์เรีย ( VITTORIA ) ในค.ศ. ๑๘๑๒ และค.ศ. ๑๘๑๓ และได้เข้าร่วมในกองพลน้อยของนายพล แวนเดอรัวร์ (VANDELEUR) ในสมรภูมิวอเตอร์ลู

 

เครื่องแบบของที่ผ่านการคัดเลือก ให้เข้าประจำการ ในหน่วยทหารดรากูนเบา   ( CHOSEN MAN)

เป็นเครื่องแบบเสื้อแจ๊กเก็ตสีน้ำเงินเข้ม เอวตัดหรือที่เรียกว่าแบบ SPENCER มีที่มาจาก ททารม้าใช้ทวน (LANCERS) ของฝรั่งเศสโดยที่แต่ละกรมจะมีสี และลายตามสีประจำกรม

ในภาพเป็นทหารดรากูนเบากรมที่ ๑๒ จะใช้สีเหลืองเป็นสีประจำกรม กางเกงเป็นกางเกง ขี่ม้าสีขาว รองเท้าขี่ม้าแบบเฮสเซี่ยน (HESSIAN) หมวกแบบทรงสูงมีกระบังหน้า ทำจากผ้าวูล (SHAKO) (ก่อนปีค.ศ. ๑๘๑๒ ทหารดรากูนเบาจะแต่งเครื่องแบบแบบ ทหารม้า ฮูสซาร์ ที่มีลวดลายและสวมหมวกขี่ม้า ซึ่งบนหมวกจะประดับด้วยขนหมีหรือ ที่เรียกว่าหมวกแบบทาร์เลตัน (TARLETO HELMET) ) สายคล้องไหล่จะมีขอเกี่ยวกับปืน เล็กสั้น ที่ด้านข้างของตัวปืนซึ่งสามารถใช้ยิงขณะขี่ม้าได้

ในภาพจะเห็นสายรัดกระหม่อมของทหารม้าเบา ที่ใช้ในห้วงปี ค.ศ. ๑๘๑๒ มีเครื่องหมายโลหะสีทอง อยู่ตรงกลางสายรัด กระหม่อมไขว้ (CROSSED FACEPIECES BRIDLE) ที่มีต้นแบบมาจากแบบฮังกาเรี่ยน (HUNGARIAN STYLE) สายรัดอก (BREASTPLATE HARNESS) สำหรับทหารม้าเบาในปี ค.ศ. ๑๘๑๒ จะใช้ติดกับอานม้า เพื่อป้องกันไม่ให้หลุดมาด้านหลัง

ทหารดรากูนเบาบนหลังม้า ที่ข้างแขนจะเป็นเครื่องหมายยศชั้นประทวน เป็นด้ายถักสีขาวบนผ้าสีตามสีประจำกรม ที่อานม้ามีผ้าขนแกะ หนุนบนผ้ารองอานซึ่งมีสีที่ขอบ ตามสีประจำกรม เพื่อความสบายในการขี่ม้า ด้านหลังของอานม้า จะมีถุงผ้าม้วนเป็นรูปทรงกลมปักด้วยหมายเลขกรม สำหรับใส่ของใช้ประจำตัว บริเวณด้านล่างมีกระเป๋าใส่เกือกม้า โดยที่ทั้งหมดนี้ จะมีสายยึดไปยังด้านหน้าของอานม้า

ปืนเล็กสั้นหรือที่เรียกว่า “PAGET” เป็นอาวุธประจำกาย ที่ทหารดรากูนเบา และทหารม้าฮูสซาร์ ที่ได้เริ่มรับการแจกจ่ายในปี ค.ศ. ๑๘๐๐ มีความยาว ๒ ฟุต ๗ นิ้ว ขนาดกว้างปากลำกล้อง .๖๕ นิ้ว น้ำหนัก ๕ ปอนด์ มีหูกระวินบนที่สามรถใช้สายสะพาย ต่อเข้ากับปลายปากกระบอกปืน ซึ่งจะแตกต่างกับทหารม้าหนัก ที่จะได้รับปืนเล็กสั้น แบบปี ค.ศ.๑๗๙๖ ที่มีความยาว ๓ ฟุต ๕ ๑/๒ นิ้ว ขนาดกว้างปากลำกล้อง .๗๕ นิ้ว ก่อนหน้านี้ทหารม้าหนักจะได้รับปืนพกขนาด .๗๕ นิ้ว ต่อมาประมาณในปีค.ศ. ๑๘๐๒ ทั้งทหารม้าเบาและทหารม้าหนัก จะได้รับการแจกจ่ายปืนพกขนาด .๖๕ นิ้ว ของบริษัท NEW ENGLAND โดยที่ปืนพก จะติดอยู่ที่ซองด้านหน้าของอานม้า แต่เป็นการยากในการชักออกมา ในขณะที่กำลังขี่ม้าด้วยความเร็ว โดยที่การนำพาปืนเล็กสั้น ในขณะขี่ม้าสามารถกระทำได้ อีกวิธี คือการนำมาคล้องกับหัวอานม้า โดยที่ปากกระบอกปืนคว่ำลงมีฝาปิดรองรับ

 

ด้านหลังของโกรน จะเป็นตาข่ายสำหรับเก็บหญ้าขน ในแต่ละวันเมื่อการเดินทางสิ้นสุดลง ทหารม้าจะได้ไปรับหญ้าขน เพิ่มเติมได้ที่รถบรรทุกเสบียง หรือไปหามาด้วยตนเองตามภูมิประเทศ โดยที่ม้าแต่ละตัว มีความต้องการหญ้าขนหรือฟางประมาณ ๑๔ ปอนด์ และ ข้าวโอ๊ตประมาณ ๑๒ ปอนด์ หรือข้าวโพดประมาณ ๑๐ ปอนด์ ในทุกๆวัน ในภูมิภาคหรือฤดูที่มีผลผลิตทางธรรมชาติต่ำ การให้อาหารม้าจะเป็นเรื่องทำให้เกิดป็ญหาแก่กองทัพในเรื่องของการดำเนินกลยุทธ และการเคลื่อนที่ ทหารม้าจะทำการออกหาหญ้าขน หรืออาหารม้าเป็นระยะทางหลายๆไมล์ รอบๆขบวนเดินทางซึ่งจะใช้มีดตะขอ, ตาข่าย และใช้ล่อในการขนส่ง
ในสงครามคาบสมุทร ขบวนเคลื่อนที่ของขบวนสัมภาระ ที่ใช้ในการบรรทุกอาหารม้า และเชื้อเพลิงในกองทัพ ประกอบด้วยลาและล่อจำนวน ๑๐,๐๐๐ ตัว ที่ใช้ในการขนส่งโดยที่ ในระดับกรมทหารม้าจะกำหนดให้ทหารม้า ๒ คน และม้า ๒ ตัว ใช้ล่อในการขนส่ง ๑ ตัว โดยที่กรมทหารม้าจะมีทหารม้า ๔๐๐ คน นอกจากนี้จะต้องใช้ล่ออีก ๓๐๐ ตัวในหน่วยสัตวรักษ์สำหรับการดูแลรักษาสัตว์
ในการส่งกำลังบำรุงทหารม้า ๑ หมู่จะใช้รถบรรทุกสัมภาระ ๑. ๕ คันและ ๓ คัน ต่อหน่วยแพทย์สนามและสัตวรักษ์, หน่วยพลาธิการและหน่วยทางธุรการ รวมถึงขบวนของเจ้าหน้าที่ดูแลยุทธภัณฑ์ต่างๆ ของกรม เช่นอานม้า, อาวุธ และขบวนรถบรรทุกอาหารสัตว์ นอกจากนี้ยังรวมถึงของใช้ส่วนตัวของนายทหารที่บรรทุกโดยม้าบรรทุกต่างและรวมถึง ม้าสำรองด้วย

 
..............................................................................................................................................

www.thaipony.com | www.nonthaburihorses.com | www.2stallion.com | สโมสรบ้านริมน้ำ
การกีฬาแห่งประเทศไทย | Olympic Thailand | สมาพันธ์ขี่ม้าแห่งเอเซีย | สมาพันธ์ขี่ม้านานาชาติ

© Copyright 2007 www.vrhorseman.com. All rights reserved.
Contact : admin@vrhorseman.com